วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2557

การเพาะเห็ดนางฟ้าเพื่อเสริมอาชีพ

                                                  หลักสูตรการเพาะเห็ดนางฟ้า   
 ความเป็นมา
ชื่อของเห็ดนางฟ้า เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นในไทยครั้งแรก คนบางคนเรียน  เห็ดแขก   เนื่องจากมีผู้พบเห็นเห็ดนี้ครั้งแรกที่ประเทศอินเดีย พบขึ้นตามธรรมชาติบนตอไม้เนื้ออ่อนที่กำลังผุ  ต่อมา ทางกองวิจัยโรคพืช”กรมวิชาการเกษตร” เป็นผู้นำเชื้อเห็ดเข้ามาประเทศไทยเพื่อทดลองเพาะดู ปรากฏว่าสามารถเจริญได้ดีอีกพันธ์หนึ่ง เป็นเห็ดที่มีผู้นำเข้ามาจากประเทศภูฎานมาเผยแพร่แก่เกษตรกรไทย ได้มีการเรียกชื่อเห็ดนี้ว่า” เห็ดนางฟ้า” ภูฎาน  มีหลายสายพันธ์ซึ่งชองอุณหภูมิที่แตกต่างกัน บางพันธ์ออกไดดีในฤดูร้อน บ้างพันธุ์ออกได้ดีในฤดูหนาว เป็นที่นิยมมาเพาะเป็นการค้ากันมาก

                ลักษณะของดอกเห็ดนางฟ้า มีลักษณะคล้ายกับดอกเห็ดเป๋าฮื้อและดอกเห็ดนางลม เมื่อเปรียบเทียบกับเห็ดเป๋าฮื้อ ดอกเห็ดนางฟ้าสีจะอ่อนกว่า และมีครีบอยู่ชิดกันมากกว่า เห็ดนางฟ้าสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้หลายวัน เช่นเดี่ยวกับเห็ดเป๋าฮื้อ เนื่องจากเห็ดชนิดนี้ไม่มีการย่อตัวเหมือนกับเห็ดนางรม ด้านบนของดอกจะมีสี่นวลๆ ถึงสีน้ำตาลอ่อน ในอินเดียดอกเห็ด มีขนาดตั้งแต่ 5-14 เซ็นติเมตร และจะมีน้ำหนักอยู่ระหว่าง 30-120 กรัม เห็ดนางฟ้ามีรสชาติอร่อย เวลานำไปปรุงอาหารจะมีกลิ่นชวนรับประทาน เห็ดชนิดนี้สามารถนำไปตากแห้ง เก็บไว้เป็นอาหารได้ เมื่อจะนำเห็ดมาปรุงอาหาร ก็นำไปแช่น้ำเห็ดจะคืนรูปเดิมได้

 ขั้นตอนการเพราะเห็ด
การเพาะเห็ดนางฟ้ามีระบบการผลิตแยกชัดเจนได้เป็น 4 ขั้นตอนด้วยกันคือ...
ขั้นที่1 การผลิตเชื้อวุ้น
ขั้นที่ 2 การทำหัวเชื้อเห็ด
ขั้นที่ 3 การผลิตเชื้อถุงหรือก้อนเห็ด
ขั้นที่ 4 การเพาะให้เกิดเป็นดอก
การลงทุนจะมากในสามขั้นตอนแรก ส่วนขั้นที่ 4 คือการผลิตดอกเห็ด จำทำขนาดเล็กใหญ่เท่าใดก็ได้ ไม่ต้องลงทุนมากหรือจะดัดแปลงจากโรงเรือนอื่นที่มีอยู่แล้ว และในขั้นตอนนี้ ผู้ที่ต้องการเพาะจะทำครบทุกขั้นตอนเลยก็ได้หรืออาจจะทำเป็นบางขั้นตอน เช่น จะทำเฉพาะหัวเชื้อเห็ด โดยการนำก้อนเชื้อที่ทำสำเร็จรูปแบบแล้วมาเปิดออก รดน้ำให้เกิดดอกเห็ดเลยก็ได้ ซึ้งระบบการตั้งฟาร์มเห็ด ได้รับการแนะนำให้ทำเป็นขั้นๆ ดังต่อไปนี้
 วงจรชีวิตของเห็ดนางฟ้า
  วงจรชีวิตของเห็ดนางฟ้าก็เป็นแบบเห็ดที่ขึ้นบนไม่ผุๆทั่วไป คือมีชีวิตอยู่ข้ามฤดูอัตคัด ด้วยคลามีโดสปอร์ในท่อนไม้ พอถึงฤดู ชุ่มชื่นก็งอกออกมาเป็นเส้นใย แล้วสร้างดอกเห็ดขึ้น ปล่อยสปอร์ลอยไป สปอร์งอกเป็นเส้นใยแล้วเจริญไปบนอาหารจนสร้างดอกเห็ดอีก วนเวียนไปอย่างนี้เรื่อยไป
            เห็ดนางฟ้าเติบโตดีที่ PH.5-5.2 คือเป็นกรดเล็กน้อยอุณหภูมิที่เหมาระมากต่อเส้นใยคือ 32 องศาเซลเซียล และสร้างดอกเห็ดได้ดีที่ 25 องศาเซลเซียล เส้นใยสีขาวจัด มีความสามารถเชื่อมต่อเส้น ใยได้ดี นำตาลในแง่ของอาหารคาร์โบไฮเดรตได้ดีกว่าพวกโพลีแซคคาไรค์  หรืออหารซับซ้อน
 การขยายพันธุ์ของเห็ดนางฟ้า
  -ดอกเห็ดนางฟ้าเมื่อโตเต็มที่จะสร้างสปอร์บริเวณครีบ โยการปล่อยสปอร์เมื่อแก่ออกเป็นระยะ
-เมื่อดอกเห็ดปล่อยสปอร์ออกมาแล้ว สปอร์ก็จะค่อยๆปลิวไปตามกระแสลม
- เมื่อสปอร์ปลิวไปตกในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ก็จะงอกออกมาเป็นเส้นใยขั้นมี 1 นิวเคลียส
-เส้นใยขั้นมี่ 1 เมื่อเจริญเต็มที่แล้ว ก็จะมารวมตัวกัน ซึ่งอาจมาจากต่างสปอร์กัน การรวมตัวของเส้นใยขั้นที่ 1 จะเป็นการเชื่อมกันแล้วถ่ายทอดนิวเคลียสมาอยู่ในเซลส์เดียวกัน กลายเป็นสันใยขั้นที่ 2-หลังจากเส้นใยขั้นที่ 1 รวมตัวกันเป็นเส้นใยขั้นที่ 2 แล้วก็จะเจริญเติบโตและสร้างเส้นใยเห็ดแทนเส้นใยที่ 1 อย่างรวดเร็วบนอาหาร
-เมื่อเส้นใยขั้นที่ 2เจริญบนอาหารและเติบโตเต็มที่แล้วจะสะสมอาหารและรวมตัวกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อสร้างดอกเห็ดต่อไป
-ดอกเห็ดนางฟ้าที่เกิดจากการรวมตัวของเส้นใยเห็ดขั้นที่ 2
 อุปกรณ์เพาะเห็ดนางฟ้า
-วัสดุเพาะ เช่น ขี้เลื่อยไม้ยางพารา อาหารเสริม
-แม่เชื้อเห็ดชนิดที่ต้องการ
-ถุงพลาสติกทนร้อนขนาด 63/4*12 ½ หรื 8*12 นิ้ว
-คอขวดพลาสติกเส้นผ่าศูนย์กลาง 1  ½ นิ้ว
-สำลี ยางรัด
-ลังถังนึ่งไม่อัดความดัน หรือหม้อนึ่งความดัน
-โรงเรือนหรือที่บ่มเส้นใย
 การเตรียมวัสดุเพาะจากขี้เลื่อยไม่ยางพารา
โยมากจะใช้ขี้เลื่อยไม่ยางพารา หรือขี้เลื่อยไม้เบญจพรรณหรือใช้ฟางข้าวก็ได้ ตามฟาร์มเห็ดทั่วไปแล้วเพื่อความสะดวกในการหมักและผสมวัสดุจึงนิยมใช้ขี้เลื่อยไม่ยางพารา ซึ่งเป็นขี้เลื่อยไม้เนื้ออ่อนและมรสารอาหารที่มีคุณค่าในการเพาะเห็ดมาก
 อัตราส่วนในการผสมวัสดุเพาะเห็ดนางฟ้าๆ
สูตรที่ 1
ขี้เลื่อย10 กก. ,รำละเอียด  6 กก.,ปูนขาว  1 กก.,ดีเกลือ   0.2 กก.,ยิปซัม   0.2 กก. ,น้ำสะอาด  60 - 70
สูตรที่ 2
ขี้เลื่อยไม้ยางพาราแห้ง  100   กก.,รำละเอียด  5 กก.,ปูนขาว 1   กก,.ดีเกลือ  0.2 กก., ยิปซัม  0.2 กก.
* ปรับความชื้นของวัสดุพุเพาะประมาณ  60-65
วัสดุทั้งหมดนี้สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสมได้เมื่อชั่ง  หรือตวงวัสดุทั้งหมดแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน และหมั่นตรวจดูความชื้นบ่อยๆ เพื่อไม่ให้วัสดุเปียกแฉะจนเกินไป ซึ่งจำทำให้มีผลในการทำให้เชื้อเห็ดไม้เดิน
 การเตรียมวัสดุเพาะ
            เอาส่วยผสมดังกล่าวข้างต้น ผสมให้เข้ากันด้วยมือหรือเครื่องผสมแล้วปรับความชื้น 60-65โดยเติบน้ำพอประมาณ ใช้มือกำขี้เลื่อยบีบให้แน่น  ถ้ามีน้ำซึมที่ง่ามมือนั่นแสดงว่าเปียกเกินไป(ให้เติบขี้เลื่อยแห้งเพิ่ม) ถ้าไม่มีน้ำซึมให้แบมือออก ขี้เลื่อยจะรวมกันเป็นก้อนแล้วแตกออก 2-3 ส่วน ถือว่าใช้ได้แต่ถ้าแบมือแล้วขี้เลื่อยไม่รวมตัวเป็นก้อน แสดงว่าแห้งไปให้เติมน้ำได้อีกเล็กน้อย
ลักษณะเชื้อเห็ดที่ดี ต้องไม่มีเชื้อราอื่นๆเจือปน เช่น ราดำ  ราเขียว  ราส้ม  ปนเปื้อนอยู่ในขวดเชื้อนั้น เพราะจะทำให้ถุงเพาะเชื้อเห็ดติดโรคราอื่นได้ โดยสังเกตเส้นใยของเชื้อเห็ดจะมีเส้นใยสีขาวและเดินขวดเพาะเชื้อ
  การเพาะเชื้อเห็ด
            บรรจุขี้เลื่อยใส่ถุงพลาสติกทนร้อน น้ำหนัก 8-10 ขีด กระแทกกับพื้นเบาๆ พอประมาณ และทุบให้แน่นพอประมาณ 2 ใน3 ของถุง ใส่คอขวด รัดหนังยางจุกสำลี นำไปนึ่งฆ่าเชื้อ ที่ 100 องศา    เซลเซียล 3 ชั่งโมง แล้วนำมาพักให้เย็นในที่สะอาด
 การใส่หัวเชื้อ
            หัวเชื้อควรเลือกหัวเชื้อที่เจริญเต็มเมล็ดธัญพืชใหม่ๆ เพราะเชื้อ ในระยะนี้กำลังแข็งแรงและเจริญเติบโตรวดเร็ว สถานที่เขี่ยเชื้อเห็ด ควรเขี่ยในห้องที่สะอาดและสามารถป้องกันลมได้เพื่อช่วยลดเชื้อที่ปลอมปน ทำให้เปอร์เซ็นต์ของก้อนเชื้อที่เสียต่ำลง
            ในการเขี่ยเชื้อเห็ด ควรใช้ลวดแข็งๆ เผาไฟให้ร้อน ให้ถึงก้อนเชื้อประมาณ 15-20 เมล็ดแล้วปิดด้วยจุกสำลี เพื่อฆ่าเชื้อ แล้วกวนตี  เมล็ดข้างฟ่างให้ร่วนเพื่อสะดวกในการเทเมล็ดข้าวฟ่างลงในถุงก้อนเชื้อ การใส่หัวเชื้อเห็ดที่เลี้ยงบนเมล็ดข้างฟ่างลงและหุ้มกระดาษไว้ตามเดิม นำก้อนที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วไปพกในห้องบ่มที่สะอาด ควรฉีดยาฆ่าแมลงไว้ที่พื้น บ่มก้อนเชื้อไว้ประมาณ 25-35 วัน ต่อจากนั้นจึงย้ายไปโรงเปิดดอกและรอเก็บผลผลิต

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น